สวัสดีค๊ะพี่เอ้ สบายดีไหมค๊ะ
แวะมาเยี่ยมเยียนพี่เอ้ค๊ะ
วิเคราะห์ความเป็นผลึกของเกลือโดยใช้ Program Topas3
นำผลที่ได้จากการวิเคราะห์เฟสโดยเครื่อง XRD มาคำนวณความเป็นผลึกของเกลือ ซึ่งได้ผลดังนี้
Crystalline area 142858.403
Amorphous area 42789.3235
Degree of crystallinity % 76.9513345
กราฟแสดงผลการคำนวณความเป็นผลึกของเกลือ
สรุป
จากการคำนวณจะเห็นได้ว่าเกลือมีความเป็น Crystal ประมาณ 77 % ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีสารใดมีความเป็น Crystal 100 %
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
สรุปผลการการวิเคราะห์สารประกอบในเกลือโดยการเตรียมตัวอย่างที่ต่างกันดังรูป
(ก) การเตรียมตัวอย่างเต็มช่องใส่ตัวอย่างและผิวหน้าเรียบ
(ข) การเตรียมตัวอย่างไม่เต็มช่องใส่ตัวอย่างโดยทำให้ผิวหน้าลาดเอียง
ผลการวิเคราะห์
กราฟแสดงพีคของการเตรียมตัวอย่างแบบ (ก)
กราฟแสดงพีคของการเตรียมตัวอย่างแบบ (ข)

กราฟแสดงการเปรียบเทียบพีคระหว่างการเตรียมตัวอย่างแบบ (ก)และ (ข)

กราฟแสดงการเปรียบเทียบพีคระหว่างการเตรียมตัวอย่างแบบ (ก) และ (ข), (แบบขยาย)
สรุป
จากกราฟแสดงการเปรียบเทียบพีคระหว่างการเตรียมตัวอย่างแบบ (ก) และ (ข), (แบบขยาย) จะเห็นได้ว่าในการวิเคราะห์สารประกอบจะต้องวางตัวอย่างแบบ (ก) จะให้ผลการวิเคราะห์ที่ถูกต้องและแม่นยำมากกว่าการวางตัวอย่างแบบ (ข)
ผู้รายงาน
สุรีย์ จารุจิตร1,สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
รังสีที่นิยมใช้ฉายอัญมณีให้มีสีสันสวยงามเปลี่ยนไปจากเดิม มีอยู่ 3 ชนิด คือ
1. รังสีแกมมา จากไอโซโทปโคบอลต์-60 ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงาน 1.17 และ 1.33 MeV ซึ่งการฉายอัญมณีด้วยรังสีแกมมา
2. อิเล็กตรอนพลังงานสูง ( 10-20 MeV) จากเครื่องเร่งอนุภาค เมื่อนำมาฉายอัญมณีจะทำให้เกิดความร้อนเฉพาะที่สูงมาก อาจทำให้เกิดอัญมณีแตกร้าวได้ จึงต้องมีการระบายความร้อนด้วยน้ำ อิเล็กตรอนให้โดสแก่อัญมณีสูงกว่ารังสีแกมมา จึงทำให้ผิวของอัญมณีมีสีสดสวยกว่า
3. นิวตรอน จากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู เนื่องจากนิวตรอนมีความสามารถในการทะลุทะลวงดีกว่าอิเล็กตรอน อัญมณีจึงมีสีสม่ำเสมอทั่วทั้งก้อน แต่การอาบด้วยรังสีนิวตรอนจะก่อให้เกิดสารไอโซโทปรังสี และจะต้องเก็บอัญมณีไว้จนกว่าความแรงรังสีจะลดลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลคือ 2 นาโนคูรีต่อกรัม
| อัญมณี | การเปลี่ยนแปลง |
| เบริลและอะความารีน | จากไม่มีสีเปลี่ยนเป็นเหลือง สีฟ้าถึงสีเขียว สีจาง เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม(maxixe) * |
| คอรันดัม | จากไม่มีสีเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ** สีชมพูเป็นสีพัดพาราชา ** (padparasha) |
| เพชร | จากไม่มีสีหรือสีจาง ๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้า เขียว ดำ เหลือง น้ำตาล ชมพู หรือแดง |
| ไข่มุก | สีจะเปลี่ยนเข้มขึ้นเป็นสีเท่า น้ำตาล ฟ้า หรือ ดำ |
| ควอตซ์ | จากไม่มีสี เหลีอง หรือขาวซีด เปลี่ยนเป็นสีควัน อมิทีส และอมิทีส- ซิตริน |
| สปอดูมีน และคุนไซต์ | เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว |
| โทแพซ | จากไม่มีสีเปลี่ยนเป็นสีเหลือง**ส้ม**น้ำตาล**หรือฟ้า |
| ทัวร์มาลีน | จากไม่มีสีหรือสีจางเปลี่ยนเป็นสีเหลือง**น้ำตาล**ชมพู**แดง หรือสองสีเขียว-แดง**สีฟ้า เปลี่ยนเป็นสีม่วง |
| เซอร์คอน | จากไม่มีสีเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงแดง |
* สีจางไปเมื่ออยู่ในแสงสว่าง
** อาจจางเมื่ออยู่ในแสงสว่าง อาจมีศูนย์กลางของสี (color centers) อย่างนอ้ยสองศูนย์ในอัญมณีอย่างหนึ่งเป็นแบบที่จะจางไป และอีกอย่างหนึ่งเป็นแบบไม่จาง
ตัวอย่างการฉายรังสีอัญมณี
รูปซ้าย โทแพซไม่ฉายรังสี
รูปขวา โทแพซฉายรังสีนิวตรอน
รูปซ้าย aquamarine ไม่ฉายรังสี
รูปขวา aquamarine ฉายรังสีนิวตรอน
การเกิดสีในอัญมณี
๏ สารเจือปน (Impurity)
ธาตุที่เป็น Impurities : ไททาเนียม (Ti), วานาเดียม (V), โครเมียม (Cr), เหล็ก (Fe), แมงกานีส (Mn), โคบอลต์ (Co), นิกเกิล(Ni), ทองแดง (Cu)
๏ ศูนย์กลางสี (Color Center)
๏ การถ่ายเทประจุ (Charge Transfer)
กากกัมมันตรังสี คือ วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบ หรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวม สูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะ กรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
แนวปฏิบัติทั่วไป
1. หน่วยงานผู้ใช้สารกัมมันตรังสี มีหน้าที่ในการคัดแยก เก็บรวบรวม จัดสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสีชั่วคราว
2. วางแผนงานการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน เพื่อลดปริมาณกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
3. ควบคุมไม่ให้มีขยะอื่นใดที่ไม่ใช่กากกัมมันตรังสี รวมปะปนอยู่ในภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสี
4. กากกัมมันตรังสีที่มีส่วนประกอบเป็นวัตถุอันตราย ได้แก่ วัตถุกัดกร่อน วัตถุมีพิษ และวัตถุที่ทำให้เกิดโรค ต้องแจ้งให้ศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติทราบ
5. ตรวจสอบสภาพของภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีเป็นประจำ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกสู่บริเวณโดยรอบ
6. กากกัมมันตรังสีที่เป็นขยะติดเชื้อ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของการฆ่าเชื้อตามปกติก่อนนำส่งกากกัมมันตรังสี พร้อมมีเอกสารรับรองการผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ
7. ติดฉลากเครื่องหมายรังสี ระบุวันที่รวบรวมกาก น้ำหนักและปริมาตรของกากกัมมันตรังสี ชนิดและ กัมมันตภาพ หน่วยเป็นเบ็กเคอแรล ปริมาณรังสีที่พื้นผิว (Surface Dose Rate) หน่วยเป็นมิลลิเรินเกนท์ต่อชั่วโมง และระดับความเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้นผิว (Surface Contamination) หน่วยเป็นเบ็กเคอเรลต่อ ตารางเซนติเมตร บนภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีทุกชิ้น
8. กากกัมมันตรังสีที่เป็นต้นกำเนิดรังสีปิดผนึกที่เลิกใช้แล้ว(Disused Sealed Radiation Source) ให้ปฏิบัติตามรายละเอียดในหัวข้อ การจัดการกากต้นกำเนิดรังสี
9. ผู้ใช้สารกัมมันตรังสีมีหน้าที่รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายในการจัดการกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้น
แนวปฏิบัติแยกตามชนิดของกากกัมมันตรังสี
-กากของเหลวกัมมันตรังสี
ให้ผู้ใช้สารกัมมันตรังสีคัดแยกกากของเหลวออกเป็น 3 ประเภท คือ
- สารละลายน้ำ เช่น น้ำทิ้งในห้องปฏิบัติการรังสี
- สารละลายอินทรีย์ เช่น สารละลายซิลทิลแลนท์ น้ำมันก๊าด น้ำมันหล่อลื่น
- ของเสียทางการแพทย์ เช่น ปัสสาวะ เลือด ซีรัม
ผู้ใช้สารกัมมันตรังสีต้องบรรจุกากของเหลวดังกล่าว ในภาชนะแยกจากกัน โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
แนวปฏิบัติในการเก็บรวบรวมกากของเหลวกัมมันตรังสี
- บรรจุกากของเหลวใส่ถังพลาสติกเหลี่ยมชนิดโพลีเอทธิลีนสีขาวขนาด 20 ลิตร ที่มีฝาปิดชนิดเกลียว
ปิดฝาถังให้แน่น พร้อมตรวจสอบความเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้นผิวด้านนอกของถังบรรจุกากโดยรอบ
- บรรจุของเหลวในถังให้ได้ระดับที่ต่ำกว่าปากถังประมาณ 3 นิ้ว
- นำถังกากใส่ในถุงพลาสติกใสชนิดโพลีเอทธิลีน และปิดปากถุงให้แน่น
- กรณีที่เป็นสารละลายอินทรีย์ ต้องแยกเก็บในภาชนะที่ทนต่อการกัดกร่อนและไม่มีสารละลายน้ำเจือปน
- กรณีที่ความแรงรังสีของกากสูงเกินกว่าจะขนส่งได้ ให้นำไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่เก็บกากกัมมันตรังสีชั่วคราวของผู้ใช้สารรังสีจนกว่าจะนำส่งศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
- กากของแข็งกัมมันตรังสี
ให้ผู้ใช้สารกัมมันตรังสีคัดแยกกากของแข็งออกเป็น 3 ประเภท คือ
- ประเภทเผาไหม้ได้ เช่น กระดาษ ผ้า ไม้ ถุงมือยาง พลาสติกชนิดโพลีเอทธีลีน ซากสัตว์ทดลอง
- ประเภทเผาไหม้ไม่ได้/บดอัดได้ เช่น แก้ว โลหะ ยาง พลาสติกมีสี
- ประเภทเผาไหม้ไม่ได้/บดอัดไม่ได้ เช่น ชิ้นโลหะขนาดใหญ่ เข็มฉีดยา วัสดุกำบังรังสี ดิน ตะกอนดิน กากเรซิน ชุดกรองอากาศ ผู้ใช้สารกัมมันตรังสีต้องบรรจุกากของแข็งแต่ละชนิด ในภาชนะแยกจากกัน โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
แนวปฏิบัติในการเก็บรวบรวมกากของแข็งกัมมันตรังสี
- นำกากของแข็งใส่ในถุงพลาสติกใสชนิดโพลีเอทธีลีนอย่างหนา ปริมาตร 20 ลิตร หรือ ขนาด
กว้าง x ยาว = 18 นิ้ว x 30 นิ้ว
- น้ำหนักบรรจุไม่เกิน 5 กิโลกรัมต่อถุง ปิดปากถุงให้แน่น พร้อมตรวจสอบความเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้นผิวด้านนอกของถุงบรรจุกากโดยรอบ
- กรณีที่เป็นกากเรซินและชุดกรองอากาศ โปรดบรรจุถุงกากลงในภาชนะที่แข็งแรงก่อนการขนส่ง
- กรณีที่ความแรงรังสีของกากสูงเกินกว่าจะขนส่งได้ ให้นำไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่เก็บกากกัมมันตรังสีชั่วคราวของผู้ใช้สารรังสีจนกว่าจะนำส่งศูนย์จัดการกากกัมมันตรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
-กากต้นกำเนิดรังสีปิดผนึก
ให้ดำเนินการดังนี้
- ไม่ถอด ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะการผนึกของภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสีปิดผนึกที่ไม่ใช้งานแล้ว ให้แตกต่างไปจากสภาพที่เป็นอยู่เมื่อเริ่มมีการครอบครองต้นกำเนิดรังสีปิดผนึกนั้น
- ทำหนังสือแจ้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเรื่องยกเลิกการครอบครองและประสงค์จะทิ้งเป็นกากกัมมันตรังสี
- เมื่อสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติได้รับเรื่องจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะแจ้งตอบรับผู้ขอรับบริการ เพื่อการจัดการกากต้นกำเนิดรังสีปิดผนึกดังกล่าว โดยในวันที่นำส่งกากให้นำเอกสารแบบ พ.ป.ส. 4 ต้นฉบับจริงมาด้วย เพื่อขอยกเลิกการครอบครองต้นกำเนิดรังสีที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
- ชำระค่าบริการจัดการกากกัมมันตรังสี ให้แก่สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์และมาตรการความปลอดภัยจะต้องรวมถึง
๑. การประกันคุณภาพ (quality assurance )
๒. มาตรฐานการออกแบบทางวิศวกรรม เกณฑ์การออกแบบ ระบบวิศวกรรมความปลอดภัย ระบบปราการ( barrier ) ป้องกันการเคลื่อนย้ายหรือถ่ายเทสารกัมมันตรังสี
๓. ลักษณะเด่นของความปลอดภัยจากภายใน (inherent and intrinsic safety features )
๔. ลักษณะเด่นของความปลอดภัยแบบ passive
๕. ลักษณะเด่นที่เฉพาะหรือไม่ปกติซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
๖. ระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรมซึ่งรวมถึง redundancy และ diversity และ ความเป็นอิสระ ( independence )
๗. ลักษณะความปลอดภัยในการป้องกันภาวะล้มเหลว ( fail safe features )
๘. การออกแบบระบบปราการป้องกันในเชิงลึก (defence in depth )
๙. การป้องกันอุบัติเหตุ
๑๐. การจัดการด้านอุบัติเหตุ
๑๑. แนวปฏิบัติในการพิสูจน์ทางวิศวกรรมและการใช้มาตรฐานที่ได้รับการรับรองในการ ออกแบบ
๑๒. การประเมินปัจจัยที่เกิดจากการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและภาวะล้มเหลว ( human factor and dependent failures )
๑๓. การป้องกันอันตรายจากรังสี
การออกแบบที่เฉพาะ
๑. การออกแบบระบบประกันคุณภาพรวมถึงแนวปฏิบัติ (code of practice) ที่ใช้ในการออกแบบ
๒. การเฝ้าตรวจค่าตัวแปรและระบบการควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯให้อยู่ในขีดจำกัดการเดินเครื่อง
๓. บูรณภาพของแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ( reactor core integrity )
๔. เป็นระบบป้องกันความไม่เสถียรของการไหล ( flow instability ) และการระงับการ เปลี่ยนแปลงของกำลัง ( power oscillations )
๕. มาตรฐานของความปลอดภัยในระบบทั่วไป โครงสร้างและองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในกรณีที่มีการใช้ระบบต่างๆร่วมกันระหว่างสถานปฏิบัติการในบริเวณสถานที่เดียวกัน
๖. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและหลักการที่จะสามารถลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติงานและสามารถที่จะลดความเครียดของผู้เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๗. การวิเคราะห์การออกแบบโดยวิธีทางเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น การใช้แบบจำลองหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
๘. มาตรการการควบคุม reactivity
๙. มาตรการระบบหล่อเย็นของแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๑๐. มาตรการการออกแบบวัสดุและแท่งเชื้อเพลิง
๑๑. มาตรการการใช้เครื่องปฏิกรณ์ฯ
- การป้องกันอันตรายจากรังสีในขณะที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- เป็นการบำรุงรักษาแท่งเชื้อเพลิง
- การออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงระบบความปลอดภัยซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางตรงกันข้าม (adversely affect )
- ความเป็นอิสระระหว่างเครื่องปฏิกรณ์ฯและการติดตั้งอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับการทดลอง
๑๒. มาตรการออกแบบระบบความปลอดภัยรวมถึง
- ระบบการดับเครื่องปฏิกรณ์ฯ ระบบหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิง ระบบการควบคุมการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี
- ข้อกำหนดในด้านความปลอดภัยในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- ระบบความปลอดภัยและระบบควบคุมต่างๆ
- การป้องกันภาวะล้มเหลว
๑๓. ข้อกำหนดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ (reliability requirement)
- ความน่าเชื่อถือของระบบการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- ความน่าเชื่อถือของระบบความปลอดภัย
- ความน่าเชื่อถือของความเหลือเฟือและความเป็นอิสระของแต่ละระบบ และความหลากหลาย (diversity)
- ความน่าเชื่อถือของระบบสนับสนุน ( auxiliary)ความปลอดภัย
๑๔. การออกแบบของอุปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันกรณีที่เกิดภัยจากธรรมชาติ ภาวะแวดล้อม การป้องกันอัคคีภัยและการป้องกันอันตรายที่เกิดจากภายนอก
๑๕. วิธีการป้องกันการเกิดภาวะล้มเหลว
๑๖. การออกแบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตและการรักษาความปลอดภัย
๑๗.การออกแบบการป้องกันอันตรายจากรังสี
- การลดปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้รับ
- การควบคุมการปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
- การควบคุมสารกัมมันตรังสี
- การป้องกันภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประมาท (inadvertent criticality )
- การเฝ้าระวังในบริเวณที่มีแท่งเชื้อเพลิงและการการเก็บกักกัมมันตรังสี
ลักษณะของสถานที่ตั้ง
ลักษณะโดยทั่วไปของสถานที่ตั้ง ควรจะมีรายงานและแผนที่ ที่เฉพาะซึ่งรวมถึง
๑. ขอบเขตและคุณสมบัติของสถานที่ตั้ง สถานที่
๒. แผนผังของอาคารและสถานที่ตั้งอุปกรณ์ต่างๆ
๓. สถานที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และสถาบัน สถานที่พักผ่อน สวนสาธารณะ หรือแหล่งที่พักอาศัยของประชาชน
๔. เส้นทางคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
๕. ขอบเขตของพื้นที่ควบคุม ซึ่งควบคุมโดยหน่วยงานการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๖. ขอบเขตของพื้นที่ ที่จะปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
ลักษณะทางธรณีวิทยาและการเกิดแผ่นดินไหว
๑. การประเมินการเกิดรอยแยกของสถานที่ตั้ง (surface fault)
๒. ลักษณะและคุณสมบัติทางวิศวกรรมของดินหรือหินที่เป็นฐานที่ตั้งของเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๓. การประเมินโอกาสในการเกิดภูเขาไฟระเบิด
ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยา
เครื่องปฏิกรณ์
แท่งเชื้อเพลิง
๑. การวิเคราะห์แท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่า แท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อภาวะความร้อน ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง
๒. การวิเคราะห์แท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่า แท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อแรงทางกลศาสตร์ เช่น แรงไฮโดรลิค และผลจากการขยายตัวเนื่องจากความร้อนที่แตกต่าง (difference thermal expansion effect) โดนไม่ทำให้เกิดการเสียรูปของแท่งเชื้อเพลิง
๓. การวิเคราะห์เปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่าเปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อภาวะแวดล้อมทางเคมี ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง โดยจะต้องคำนึงถึงผลทางด้านอุณหภูมิและรังสี
๔. การวิเคราะห์จะต้องแสดงให้เห็นว่าเครื่องปฏิกรณ์ฯ เดินเครื่องตามขีดจำกัดและภาวะเงื่อนไข (condition and limit ) ที่ยอมรับได้และจะไม่ทำให้แท่งเชื้อเพลิงเสียรูป ( deformation) หรือเกิดการบวม (swelling) ขององค์ประกอบซึ่งบรรจุวัสดุฟิสไซล์ (fissile material ) ในด้านของการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางด้านความร้อน ( thermal safety analysis ) ควรจะกำหนดขีดจำกัดบน ( upper limit) ของการเสียรูปของแท่งเชื้อเพลิง โดยกำหนดเป็นความกว้างที่น้อยที่สุดของช่องระบายความร้อน ( minimum cooling channel width )
๕. ควรจะมีผลการวิเคราะห์และการวัดหรือการทดลองที่เกี่ยวข้องกับแท่งเชื้อเพลิง ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง
ระบบควบคุม
การป้องกันอันตรายจากรังสี
แผนฉุกเฉินและการเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน
เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
พิจารณาโดยคำนึงถึงขนาด คุณสมบัติเฉพาะ หรือ ลักษณะทางเทคโนโลยีของเครื่องปฏิกรณ์ที่ขอรับใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
คุณสมบัติของรองรัง (Properties of Radiation)
การนำรังสีไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ
- ประโยชน์ของรังสีในด้านอุตสาหกรรม

Gamma & X-ray Techniques in Analysis
Gamma Sterilisation
- ประโยชน์ของรังสีในด้านการแพทย์
Nuclear medicine uses radiation to provide diagnostic information about the functioning of a person’s specific organs
Radiotherapy can be used to treat some medical conditions, especially cancer, using radiation to weaken or destroy particular targeted cells
Diagnostic Radiopharmaceuticals
- ประโยชน์ของรังสีในด้านการเกษตร
Food irradiation
Fruit fly control
Rice Mutation Breeding
Juicy Tomatoes from Dry Cuban Soil
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
ขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง
1.นำแผ่นยางซึ่งเป็นตัวอย่างในการทดลองนี้มาตัดขนาด 1x1x7 cm
2. นำมาห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ และนำใส่ขวดอลูมิเนียม ดังรูป
ขั้นตอนการนำตัวอย่างไปอาบนิวตรอนในปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย
(a) ภาพการเตรียมอุปกรณ์
(b) ภาพเลือกตำแหน่งการโหลด
(c) ภาพการโหลดตัวอย่าง
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
ความเห็นล่าสุด