ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
วัตถุประสงค์
- เพื่อแสดงให้เห็นว่าแต่ละระบบของเครื่องปฏิกรณ์ฯ สามารถทำงานได้ถูกต้องสมบูรณ์ เนื่องจากว่าการออกแบบและการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ฯจะต้องมีการทำงานที่สัมพันธ์กันของแต่ละระบบ
- เพื่อให้มั่นใจว่าการวิเคราะห์ความปลอดภัยมีระบบความปลอดภัยที่เหมาะสมและมีความสอดคล้องกับการออกแบบ
- เพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามมาตรการและขีดจำกัดและสามารถประเมินอันตรายที่เกิดขึ้นจากสถานปฏิบัติการได้
- เพื่อให้ผู้เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯได้รับการฝึกอบรมและมีความความคุ้นเคยกับสถานปฏิบัติการ
- เพื่อให้มีการจัดทำขีดจำกัดและภาวะเงื่อนไขในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ (operational limits and condition) ให้มีความปลอดภัยตลอดช่วงอายุของการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
วัตถุประสงค์และมาตรการความปลอดภัยจะต้องรวมถึง
๑. การประกันคุณภาพ (quality assurance )
๒. มาตรฐานการออกแบบทางวิศวกรรม เกณฑ์การออกแบบ ระบบวิศวกรรมความปลอดภัย ระบบปราการ( barrier ) ป้องกันการเคลื่อนย้ายหรือถ่ายเทสารกัมมันตรังสี
๓. ลักษณะเด่นของความปลอดภัยจากภายใน (inherent and intrinsic safety features )
๔. ลักษณะเด่นของความปลอดภัยแบบ passive
๕. ลักษณะเด่นที่เฉพาะหรือไม่ปกติซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
๖. ระบบความปลอดภัยทางวิศวกรรมซึ่งรวมถึง redundancy และ diversity และ ความเป็นอิสระ ( independence )
๗. ลักษณะความปลอดภัยในการป้องกันภาวะล้มเหลว ( fail safe features )
๘. การออกแบบระบบปราการป้องกันในเชิงลึก (defence in depth )
๙. การป้องกันอุบัติเหตุ
๑๐. การจัดการด้านอุบัติเหตุ
๑๑. แนวปฏิบัติในการพิสูจน์ทางวิศวกรรมและการใช้มาตรฐานที่ได้รับการรับรองในการ ออกแบบ
๑๒. การประเมินปัจจัยที่เกิดจากการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและภาวะล้มเหลว ( human factor and dependent failures )
๑๓. การป้องกันอันตรายจากรังสี
การออกแบบที่เฉพาะ
๑. การออกแบบระบบประกันคุณภาพรวมถึงแนวปฏิบัติ (code of practice) ที่ใช้ในการออกแบบ
๒. การเฝ้าตรวจค่าตัวแปรและระบบการควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ฯให้อยู่ในขีดจำกัดการเดินเครื่อง
๓. บูรณภาพของแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ( reactor core integrity )
๔. เป็นระบบป้องกันความไม่เสถียรของการไหล ( flow instability ) และการระงับการ เปลี่ยนแปลงของกำลัง ( power oscillations )
๕. มาตรฐานของความปลอดภัยในระบบทั่วไป โครงสร้างและองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในกรณีที่มีการใช้ระบบต่างๆร่วมกันระหว่างสถานปฏิบัติการในบริเวณสถานที่เดียวกัน
๖. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและหลักการที่จะสามารถลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติงานและสามารถที่จะลดความเครียดของผู้เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๗. การวิเคราะห์การออกแบบโดยวิธีทางเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น การใช้แบบจำลองหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์
๘. มาตรการการควบคุม reactivity
๙. มาตรการระบบหล่อเย็นของแกนเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๑๐. มาตรการการออกแบบวัสดุและแท่งเชื้อเพลิง
๑๑. มาตรการการใช้เครื่องปฏิกรณ์ฯ
- การป้องกันอันตรายจากรังสีในขณะที่เดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- เป็นการบำรุงรักษาแท่งเชื้อเพลิง
- การออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงระบบความปลอดภัยซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางตรงกันข้าม (adversely affect )
- ความเป็นอิสระระหว่างเครื่องปฏิกรณ์ฯและการติดตั้งอุปกรณ์ที่จะใช้สำหรับการทดลอง
๑๒. มาตรการออกแบบระบบความปลอดภัยรวมถึง
- ระบบการดับเครื่องปฏิกรณ์ฯ ระบบหล่อเย็นแท่งเชื้อเพลิง ระบบการควบคุมการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี
- ข้อกำหนดในด้านความปลอดภัยในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- ระบบความปลอดภัยและระบบควบคุมต่างๆ
- การป้องกันภาวะล้มเหลว
๑๓. ข้อกำหนดเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ (reliability requirement)
- ความน่าเชื่อถือของระบบการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
- ความน่าเชื่อถือของระบบความปลอดภัย
- ความน่าเชื่อถือของความเหลือเฟือและความเป็นอิสระของแต่ละระบบ และความหลากหลาย (diversity)
- ความน่าเชื่อถือของระบบสนับสนุน ( auxiliary)ความปลอดภัย
๑๔. การออกแบบของอุปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันกรณีที่เกิดภัยจากธรรมชาติ ภาวะแวดล้อม การป้องกันอัคคีภัยและการป้องกันอันตรายที่เกิดจากภายนอก
๑๕. วิธีการป้องกันการเกิดภาวะล้มเหลว
๑๖. การออกแบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตและการรักษาความปลอดภัย
๑๗.การออกแบบการป้องกันอันตรายจากรังสี
- การลดปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้รับ
- การควบคุมการปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
- การควบคุมสารกัมมันตรังสี
- การป้องกันภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประมาท (inadvertent criticality )
- การเฝ้าระวังในบริเวณที่มีแท่งเชื้อเพลิงและการการเก็บกักกัมมันตรังสี
ลักษณะของสถานที่ตั้ง
ลักษณะโดยทั่วไปของสถานที่ตั้ง ควรจะมีรายงานและแผนที่ ที่เฉพาะซึ่งรวมถึง
๑. ขอบเขตและคุณสมบัติของสถานที่ตั้ง สถานที่
๒. แผนผังของอาคารและสถานที่ตั้งอุปกรณ์ต่างๆ
๓. สถานที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ และสถาบัน สถานที่พักผ่อน สวนสาธารณะ หรือแหล่งที่พักอาศัยของประชาชน
๔. เส้นทางคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
๕. ขอบเขตของพื้นที่ควบคุม ซึ่งควบคุมโดยหน่วยงานการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๖. ขอบเขตของพื้นที่ ที่จะปลดปล่อยสารกัมมันตรังสี
ลักษณะทางธรณีวิทยาและการเกิดแผ่นดินไหว
- ลักษณะทางธรณีวิทยา และการเกิดแผ่นดินไหวของสถานที่ตั้ง และในการออกแบบควรจะคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย เช่น โอกาสและความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหว การเคลื่อนไหวภาคพื้นดิน (ground motion) และควรมีข้อมูลต่อไปนี้
๑. การประเมินการเกิดรอยแยกของสถานที่ตั้ง (surface fault)
๒. ลักษณะและคุณสมบัติทางวิศวกรรมของดินหรือหินที่เป็นฐานที่ตั้งของเครื่องปฏิกรณ์ฯ
๓. การประเมินโอกาสในการเกิดภูเขาไฟระเบิด
ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยา
- ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาของสถานที่ตั้ง รวมถึงความเร็วลม ทิศทางของลม อุณหภูมิ การตกตะกอน ความชื้น
- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสถียรของบรรยากาศ (atmospheric stability) การเกิด inversion การพยากรณ์อากาศในแต่ละปี โดยคำนึงถึงความถี่ในการเกิดเฮอริเคน พายุทอร์นาโด ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ พายุลูกเห็บ ฝนตกหนัก
- การเกิดหิมะ น้ำแข็ง และพายุทราย
เครื่องปฏิกรณ์
- เครื่องปฏิกรณ์ฯ สามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะรวมถึงระบบการดับเครื่องปฏิกรณ์ ฯ ให้ปลอดภัย ทั้งในภาวะที่เดินเครื่องปกติและภาวะที่เกิดอุบัติเหตุ เครื่องปฏิกรณ์ฯ ต้องมีระบบระบายความร้อนที่เหมาะสมหลังจากดับเครื่องปฏิกรณ์ ฯ นอกจากนี้จะต้องมีระบบควบคุมสารกัมมันตรังสี ไม่ให้มีการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม
แท่งเชื้อเพลิง
๑. การวิเคราะห์แท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่า แท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อภาวะความร้อน ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง
๒. การวิเคราะห์แท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่า แท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อแรงทางกลศาสตร์ เช่น แรงไฮโดรลิค และผลจากการขยายตัวเนื่องจากความร้อนที่แตกต่าง (difference thermal expansion effect) โดนไม่ทำให้เกิดการเสียรูปของแท่งเชื้อเพลิง
๓. การวิเคราะห์เปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิง จะต้องแสดงให้เห็นว่าเปลือกหุ้มแท่งเชื้อเพลิงสามารถทนต่อภาวะแวดล้อมทางเคมี ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง โดยจะต้องคำนึงถึงผลทางด้านอุณหภูมิและรังสี
๔. การวิเคราะห์จะต้องแสดงให้เห็นว่าเครื่องปฏิกรณ์ฯ เดินเครื่องตามขีดจำกัดและภาวะเงื่อนไข (condition and limit ) ที่ยอมรับได้และจะไม่ทำให้แท่งเชื้อเพลิงเสียรูป ( deformation) หรือเกิดการบวม (swelling) ขององค์ประกอบซึ่งบรรจุวัสดุฟิสไซล์ (fissile material ) ในด้านของการวิเคราะห์ความปลอดภัยทางด้านความร้อน ( thermal safety analysis ) ควรจะกำหนดขีดจำกัดบน ( upper limit) ของการเสียรูปของแท่งเชื้อเพลิง โดยกำหนดเป็นความกว้างที่น้อยที่สุดของช่องระบายความร้อน ( minimum cooling channel width )
๕. ควรจะมีผลการวิเคราะห์และการวัดหรือการทดลองที่เกี่ยวข้องกับแท่งเชื้อเพลิง ตลอดช่วงชีวิตในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ซึ่งจะรวมถึงการเก็บรักษา และการขนส่ง
ระบบควบคุม
- ควรจะมีกลไกการควบคุม reactivity และระบบการขับเคลื่อนซึ่งสามารถจะทำให้เกิดความปลอดภัยในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ โดยจะรวมถึงวัสดุ ความเหลือเฟือ และลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ความเร็วในการขับเคลื่อน ( drive speed ) ระยะเวลาในการใส่ (insertion time) ลักษณะของความปลอดภัยเมื่อเกิดภาวะล้มเหลว (fail safe) ผลการวิเคราะห์จะต้องแสดงว่าระบบควบคุม reactivity สามารถจะทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมในขณะที่เดินเครื่องปกติและสามารถดับเครื่องปฏิกรณ์ฯ ได้อย่างปลอดภัยในกรณีที่เกิดภาวะล้มเหลวของระบบควบคุม (control systems)
การป้องกันอันตรายจากรังสี
- โปรแกรมการป้องกันรังสี รวมทั้งเกณฑ์การป้องกันอันตรายจากรังสี
- ต้นกำเนิดรังสี ในบริเวณสถานปฏิบัติการ
- การออกแบบสถานปฏิบัติการ สำหรับความปลอดภัยทางด้านรังสี
- การจัดการกากกัมมันตรังสี
- การประเมินปริมาณรังสีในภาวะการเดินเครื่องปฏิกรณ์ฯ ปกติ ควรจะมีการประเมินปริมาณรังสีที่ผู้ปฏิบัติงานและบุคคลทั่วไปได้รับ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้นควรจะมีแผนฉุกเฉินทางรังสี
แผนฉุกเฉินและการเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน
- โครงสร้างขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน ซึ่งจะต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนรวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลในองค์กร
- การจำแนกประเภทของภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรต่างๆ ภายนอกที่จะให้ความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- การแจ้งหรือรายงานเหตุฉุกเฉินหรือภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- การแจ้งหรือรายงานเหตุฉุกเฉินหรือภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีต่อรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
- การติดต่อสื่อสารระหว่างศูนย์ควบคุมและเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินและองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ภายนอก
- มาตรการการป้องกัน
- อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- การประสานงานระหว่างสถาบันทางการแพทย์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ปนเปื้อนในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
- ความถี่และขอบเขตของการซ้อมแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (exercises และ drills)
- ความพร้อมในการใช้แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
เกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย
พิจารณาโดยคำนึงถึงขนาด คุณสมบัติเฉพาะ หรือ ลักษณะทางเทคโนโลยีของเครื่องปฏิกรณ์ที่ขอรับใบอนุญาตแล้วแต่กรณี
ผู้รายงาน
สุภาวดี มุกดาพันธ์1, ขนิษฐา จันทโสม1, สุรีย์ จารุจิตร1, มารียะ นิรันรัตน์2
1 ม. อุบลราชธานี
2 ม. เกษตรศาสตร์
ความเห็นล่าสุด